‘ไกรเสริม โตทับเที่ยง’ ทายาท ‘ปุ้มปุ้ย’ เสียชีวิตในวัย 42 ปี ด้วยโรค ‘มะเร็งโพรงจมูก’

อาลัยอาวรณ์ “ไกรเสริม โตทับเที่ยงตรง” ผู้สืบสกุลปลากระป๋อง “ปุ้มปุ้ย” เสียชีวิต ในวัย 42 ปี ด้วยโรค “โรคมะเร็งโพรงจมูก” ครอบครัว ตั้งสวดมนตร์ที่วัดมกุฏกษัตริย์ ก่อนการปลงศพ วันที่ 10 กรกฎาคมนี้

ผู้สื่อข่าวกล่าวว่า เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม64 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Pat Jungkankul ได้โพสต์ภาพ ไกรเสริม โตทับเที่ยงตรง ผู้สืบสกุลปลากระป๋อง “ปุ้มปุ้ย” พร้อมกำหนดใจความว่า.. “แก่ เพื่อนพ้องๆพี่ๆน้องๆทุกคน .. ไกรเสริม โตทับเที่ยงตรง ได้จากพวกเราไปอย่างเงียบๆ เมื่อคืน … เดี๋ยวข้อมูลเพิ่มเติมนอกเหนือจากนี้ จะรีบมาแจ้งนะครับ
เสริม … หลับให้สบายนะเพื่อนพ้อง … ยังไม่เคยรู้จะเขียนถึงว่ายังไงดี มันจำนวนมากไปหมด …. เฮ้อ รอคอยแปปนะ … นึกถึงมึงนะ”

สำหรับกำหนดสวดศพจะจัดขึ้นวันนี้เวลา 16.30 น. ที่วัดมกุฏกษัตริย์ และก็การปลงศพวันที่ 10 กรกฎาคม64

kraiserm1

ผู้สื่อข่าวกล่าวว่า นายไกรเสริม โตทับเที่ยงตรง เป็นอดีตผู้สมัครส.ส.กทม. ของพรรคพลังประชากรรัฐ เคยครอบครองตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และก็ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและก็สังคม ก่อนเสียชีวิตเมื่อตอนคืนวันที่ 5 กรกฎาคมก่อนหน้านี้ ในวัย 42 ปี ด้วย โรคมะเร็งโพรงจมูก ข้างหลังเข้ารับการดูแลและรักษาตัวที่โรงหมอศิริราช นานกว่า1ปี
นายไกรเสริม นับว่าเป็นผู้สืบสกุลรุ่นที่ 2 ของ บริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารกว้างกว้างใหญ่ จำกัด (มหาชน) หรือที่รู้จักกัน คือ ปลากระป๋องปุ้มปุ้ย นับว่าเป็นนักธุรกิจหนุ่มแบบใหม่ไฟแรง ก่อนที่จะคิดที่จะตัดสินใจไปสู่ถนนการบ้านการเมือง
ยิ่งกว่านั้น ไกรเสริม เคยให้เหตุผลสำหรับเพื่อการเข้าร่วมพรรคพลังประชากรรัฐ ว่า คือเรื่องของจังหวะและก็ช่องทาง ความเหมาะสมด้านเวลา

“ประเทศพวกเราจะมีการลงคะแนนในช่วงเวลาก่อนหน้านี้หลายปีเป็นครั้งแรก ภายหลังที่ความเรียบร้อยเข้ามาและจากนั้นก็พร้อมที่จะมีการลงคะแนนเกิดขึ้น ผมเห็นว่าเป็นช่องทางของประเทศสำหรับเพื่อการเลือกเฟ้นบุคลากรเข้ามาปฏิบัติภารกิจตัวแทนของพลเมือง สำหรับเพื่อการทำงานทางการเมือง ถ้าเกิดพวกเราไม่เคยได้ประสบการณ์การทำงานเหมาะสมเพียงพอก็ไม่คิดว่าจะเข้ามาเช่นเดียวกัน แต่ว่าวันนี้ด้วยการทำงาน อายุ หลายๆอย่างพวกเราทำมาหลากหลาย ก็มีความคิดว่ามันเป็นประสบการณ์ที่สั่งสมอยู่ มิได้มาก มิได้น้อย พร้อมที่จะหาต่อ จะใช้ให้มีคุณประโยชน์ เป็นช่องทางของตน”