ซาลาห์พลาดจุดโทษ! เลสเตอร์ถอนแค้นหงส์แดง 1-0

จิ้งจอกสยามเอาคืนลิเวอร์พูลด้วยการเก็บ 3 แต้มในลีก หลังโดนเขี่ยตกรอบในบอลถ้วยลีก คัพ

โปรแกรมถ่ายทอดสด

เกม เลสเตอร์ – ลิเวอร์พูล
วันที่ วันอังคารที่ 28 เดือนธันวาคม 2564
เวลา 03.00 (รุ่งสางวันพุธ)
สนาม คิงเพาเวอร์ สเตเดี้ยม
LIVE UPDATE พรีเมียร์ลีก : เลสเตอร์ – ลิเวอร์พูล
ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2021/22 นัดที่ 19 คู่ระหว่าง เลสเตอร์ ซิตี้ อันดับ 11 เปิด คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล อันดับ 2

จิ้งจอกสยาม เพิ่งพ่ายจาก แมนฯ ซิตี้ มา 6-3 เกมนี้ กางรนดอน ร็อดเจอร์ส วางแผนผังมาในระบบ 4-2-3-1 นำมาโดย เจมส์ แมดดิสัน , เจวี วาร์ดี และ เคลิชี อิเฮียนาโช คู่หัวหอก

ฝั่ง ลิเวอร์พูล ของ เยอร์เกน คล็อปป์ ก็สะดุดเสมอ สเปอร์ส 2-2 ในเมล่าสุด นัดนี้จัดทัพมาในระบบ 4-3-3 นำมาโดยสามผสานแนวรุกอย่าง ซาดิโอ มาเน , โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ดิโอโก โชต้า

เนื้อหาการแข่งขันชิงชัย
นาทีที่ 14 กลุ่มเยือนมาได้ลูกโทษที่จุดโทษ เมื่อ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ โดน วินเฟรด เอ็นดิดี ทำฟาวล์ในจุดโทษ ก่อน โม ซาลาห์ จะยืนขึ้นมาสังหารเอง แม้กระนั้นโดน แคสเปอร์ ชไมเคิล เซฟในจังหวะแรก บอลกระดอนออกมา ซาลาห์ โขกซ้ำจ่อๆบอลไปชนคาน

เกมครึ่งแรกกลุ่มเยือนทำเป็นดีกว่ากระจ่างแจ้ง เหลือเพียงส่งบอลให้เข้าตูดตาข่ายเพียงแค่นั้น จบ 45 นาที เลสเตอร์ 0 ลิเวอร์พูล 0

ช่วงหลังนาทีที่ 59 กลายเป็นเจ้าบ้านได้เฮลั่น เคียร์แนน ดิวส์บูรี-ฮอลล์ ผ่านบอลให้ อาเดโมลา ลุคแมน ตัวสำรองพาบอลทะลุเข้าจุดโทษก่อนยิงด้วยขวายัดเสาแรก อลิสซอน หมดสิทธิ์เซฟ เลสเตอร์นำ 1-0

ในเวลาที่เหลือทั้งคู่กลุ่มทำอะไรกันไม่ได้ จบ 90 นาที เลสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ ลิเวอร์พูล 1-0 เก็บ 3 แต้ม แข่งขัน 18 นัด มี 25 คะแนน ขยับขึ้นไปอยู่อันดับ 9 ส่วน ลิเวอร์พูล แข่งขัน 19 นัด มี 41 คะแนนเท่าเดิม รั้งอันดับ 2 รองจ่าฝูง

รายนาม 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งคู่กลุ่ม
เลสเตอร์ ซิตี้ (4-2-3-1) : แคสเปอร์ ชไมเคิล (GK) (C) , ดาเนียล อมาตีย์ , วินเฟรด เอ็นดิดี , ทิโมธี กาสตาเญ , ลุค โธมัส , เจมส์ แมดดิสัน (มาร์ค อัลไบรท์ตัน น.68) , ฮัมซา เชาด์ฮรี (อาเดโมลา ลุคแมน น.56) , เคียร์แนน ดิวส์บูรี-ฮอลล์ , เจวี วาร์ดี , เคลิชี อิเฮียนาโช (ยูริ ตีเลอมันส์ น.56)

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลิสซอน (GK) , เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ , โจเอล มาติเตียนป , เวอร์จิล ฟาน ไดค์ , คอสตาส ซิมิกาส , ฟาบินโญ (เจมส์ มิลเนอร์ น.64) , จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (C) (โรกางร์โต ฟีร์มิโน น.70) , เล็กซ์ อ็อกซ์เลด-เชมเบอร์เลน (นาร์บี เกอิตา น.55) , ซาดิโอ มาเน , โมฮาเหม็ด ซาลาห์ , ดิโอโก โชต้า
ภาวะความพร้อมเพรียงก่อนเกมของทั้งคู่กลุ่ม

เลสเตอร์ เกมนี้จะยังไม่มี เวสลีย์ โฟฟานา, ริคาร์โด้ เปร์เรรา, คักลาร์ โซยุยงนคู, เพ็ตสัน ดาก้า, ไรอัน เบอร์ทรานด์, จอนนี อีแวนส์ และ เจมส์ จัสติน ที่มีลักษณะอาการบาดเจ็บ ระหว่างที่ ฮาร์วีย์ บาร์นส์ จะต้องคอยเช็คความฟิต แนวรับคาดว่าจะปรับมาใช้ วิลฟรีด เอ็นดีดี, ยานนิค เวสเตอร์การ์ด และ ดาเนียล อมาตีย์ เป็นสามกองหลัง แดนกลางนำทัพโดย ยูริ ตีเลอมันส์ ประสานงานกับ บูบาการี ซูมาเร และ เจมส์ แมดดิสัน โดยมี เคเลชี อิเฮียนาโช และ เจมี วาร์ดี้ เป็นหัวหอก

ลิเวอร์พูล เกมนี้จะยังไม่มี ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์, เนธาเนียล ฟิลลิปส์ และ อาเดรียน ที่มีลักษณะอาการบาดเจ็บ ระหว่างที่ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ติดโทษแบน แนวรับใช้ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ จับคู่กับ อิบราฮิมา โกนาเต้ แดนกลางนำทัพโดย ฟาบินโญ ประสานงานกับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ นาบี เกอิต้า แนวรุกเป็นสามผสาน ซาดิโอ มาเน, ดิโอโก้ โชต้า และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์

11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

เลสเตอร์

ชไมเคิล (GK)

เอ็นดีดี, เวสเตอร์การ์ด, อมาตีย์

ลุคแมน, ตีเลอมันส์, ซูมาเร, แมดดิสัน, โธมัส

วาร์ดี้, อิเฮียนาโช

ลิเวอร์พูล

อาร์โนลด์, ฟาน ไดค์, โคนาเต้, ซิมิกาส

เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ, เกอิต้า

ซาลาห์, โชตา, มาเน